ท่องราตรี
posted on 09 Jan 2010 19:14 by gorsit
ผมกำลังยืนตัดสินใจอยู่หน้าโรงเรียนครับ....
ย้อนไปสามวันก่อนไอ้ก้องเกียรติเพื่อซี้ของผมห้องป.3/3 มันชวนผมไปเที่ยวลั้ลลาที่บ้านมัน...อืมม...ก่อนอื่นขออธิบายโลเคชั่นก่อนนะครับ...
โรงเรียนของผมอยู่กลางๆซอยสุขุมวิท 22 เป็นโรงเรียนไฮโซครับ...ตรงข้ามเป็นโรงเรียนสายน้ำผึ้ง..(เลิกเรียนเคยเข้าไปเล่นเกมส์อันปลั๊กแล้วหาห้องน้ำชายไม่เจอ) เพื่อนส่วนใหญ่มากจากเบเวอรี่ฮิลแถวท่าเรือคลองเตย..หน้าเต้าหู้กันเป็นแถว...ส่วนบ้านเก่าของไอ้เด็กตัวเล็กๆที่ชื่อวันสงก์อยู่แถวโรบินสันรัชดา(ไม่รู้ตอนนี้เป็นเซเว่นฯไปรึยัง)..คือเคยกลับบ้านแต่ทางสุขุมวิทเท่านั้น มันไม่เคยนอกเส้นทางเลย...เพราะจำได้เท่านั้น..แรมมันยังต่ำๆอยู่นี่หว่า...ส่วนท้ายซอยจะไปทะลุพระรามสี่...
ในใจตอนนั้นคิดว่า....ออกจากโรงเรียนเลี้ยวขวาไป..มันคืออะไรน้า...แดนสนธยา...ถ้าหลงเดินเข้าไปจะกลับออกมาได้ป่าว...แม๋..เด็กเก้าขวบจะเอาไรมากครับ..จนตนาการจะกว้างไกลมากครับ...กว้างตามอายุ ยิ่งน้อยยิ่งกว้าง....
"ตกลงนายจะไปเที่ยวบ้านเราป่าว?" ตอนนั้นยังเบสิคนายเราอยู่...ยังไม่แอดว้านซ์เป็นกูมึง...
"ไกลป่าวเดี๋ยวแม่เราว่า" วันสงก์นอยด์นิดๆในการตัดสินใจ....
"แค่นี้เอง...ไมต้องนอยด์ด้วยวะ....ออกไปปากซอยเดินๆหน่อยก็ถึงแล้ว"
"แต่..." ใบหน้านอยด์มากขึ้นสามเลเวล
"แต่ไร..เร็ว.."
"ทางนั้นเราเรียกท้ายซอยอ่ะ..นายเรียกผิด.."
"โธ่ไอ้สงก์..มึงจะไปป่าวเร็วๆ" มันฟุตเวิร์คกดดันไปมารอบๆตัวผม...
เอาวะ...ลูกเต้าก็ยังไม่มี เป็นไรไปคงไม่เท่าไหร่หรอก....ไวปานกามนิตหนุ่มสมองสองกิ๊กเด็ก...
"เออๆๆ...ไปดิ...แต่นายมีเกมส์แน่นะ.."
สมัยนั้นไม่มีไรเกิน "อาตาริ" (ATARI) เกมส์แรมต่ำชื่อญี่ปุ่นแต่มาจากจีนแดงกำลังฮิตเงียบในหมู่เด็ก..นอกจากผมแล้วผมคิดว่ามีเด็กอีกไม่กี่คนในโลกที่ไม่มีเล่นที่บ้าน...เด็กครับเด็ก....ที่บ้านไม่ค่อยมีฐานะครับ....อืมม..เรื่องแปลกอีกเรื่องคือผมจำได้ว่าหน้าปากซอย22 มีร้านเกมส์ร้านนึง(ไม่รู้เป็นเซเว่นฯไปรึยัง)....แบบที่ต้องแอบๆเข้าไปเล่นหลังร้านแบบมิดชิด..เวลามาเจ้าของร้านจะก้มมองหน้าพวกเราแล้วเงยหน้ามองซ้ายมองขวา(หรือขวาก่อนแล้วซ้ายวะ)แล้วพยักหน้า...ราวกับพ่อค้าโคเคนชาวโคลัมเบียนัดส่งของกันขนาดนั้น....
ครึ่งชั่วโมงสิบบาท... สองคนๆละห้าบาท...สามารถทำให้อะดรีนาลีนเราสูบฉีดแบบลืมเด็กได้....
สมัยนี้..ชั่วโมงละสิบบาท....
เกือบสามสิบปีมาแล้วทำไมราคามันลดลงไม่รุ...ผมว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างที่ราคาไม่เคยขึ้น(รวมถึงบิ๊กจิ๋วด้วย)...มหัศจรรย์จริงๆ..ว่ามั้ยครับ...
"มีดิวะ...ไอ้สุวัจชัยมันไปมาแล้ว..." ใบหน้ามั่นๆ
จริงๆแล้วผมตกลงในใจตั้งแต่แรกชวน..แต่ผมกลัว..กลัวที่จะต้องเดินไปในทางที่ไม่เคยไป....กลัวความไม่รู้ต่างๆในใจ
สองสหายหน้าเต้าหู้กับหน้าถั่วงอกเดินกอดคอกันไปแบบใจระทึก...(ผมระทึกคนเดียว)....ทุกอย่างแปลกตามากครับ...ร้านค้า...ถนน..หน้าตาของหมาๆข้างทาง...ออกพระรามสี่มาได้ก็....เป็นแถวไหนซักที่...ผมมารู้ตอนโตว่า...
แถวนี้คือคลองเตย...
ข้ามคลองที่ไม่มีต้นเตยซักต้น...เป็นตลาดค้าผ้า...เลี้ยวซ้าย...เข้าขวา...อย่างนี้อยู่เจ็ดตลบ...งง...ก็ถึงบ้านมัน...นาฬิกาสีแดงของผมบอกเวลาประมาณสี่โมงเย็น...อื้มมม...เร็วดีนี่หว่า..ไม่ใช่เวลาเดินทาง...แต่เป็นเวลาที่ผ่านไปต่างหาก...นี่กูควรจะอยู่แถวอโศกได้แล้วนะ...ยังนอยด์ไม่เลิก...บ้านไอ้ก้องมันเป็นตึกแถวและเป็นร้านเย็บผ้า...(ไม่รู้เป็นเซเว่นฯไปรึยัง)
คนไหนแม่มันล่ะนี่.....ขึ้นบ้านชั้นสี่....ได้เวลาเล่นเกมส์แล้ว.....
เราเล่นเกมส์แบบลืมโลกภายนอก...บนล่างบนล่าง ซ้ายขวาซ้ายขวา เอบี สตาร์ท...แพ็คแมน..เท็นนิส... ต่อยมวย..วนอยู่ไม่กี่เกมส์....มองออกไปนอกหน้าต่างอีกที...ฟ้ามืดแล้ว...
เอาหล่ะสิ..น้ำตาเริ่มจะไหล....จะร้องไห้...ไม่เคยอยู่นอกบ้านตอนมืด...กลัวไปหมด...กลับดีกว่า...แม่กูจะว่าไงน้อ...พี่กูจะดุมั้ยน้อ...จะได้กินข้าวมั้ยน้อ....
"เฮ้ย...ไปส่งเราหน่อยสิ"
"เดี๋ยวๆ...จะกลับแล้วเหรอ?"
"ไปเลย...มืดแล้ว"
"แม่ๆไปส่งเพื่อนหน่อยดิก้องกะลังยุ่ง.." .. หนอยไอ้เพื่อนทรยศ...ที่ตอนชวนไม่เห็นเป็นงี้เลยวะ...นี่แม่มึงต้องลำบากมาส่งกูอีก....
แม่มันนั่งรถมาส่งผมแค่ปากซอยอโศก...พอที่ผมจะกลับเองได้...จำได้ว่าตอนนั้นกลัวมาก มันมืดไปหมด...นั่งรถสาย98กลับบ้าน มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นร้านรวงต่างๆแปลกตาดีครับ...สิงห์เบียร์เฮ้าส์...อาบอบนวด(ตอนนั้นไม่รู้ว่ามันคืออะไร) ตื่นตาดีเหมือนกันแฮะ...แสงสีตอนกลางคืนนี่มันก็ช่างแปลกใหม่ยั่วยวนแมลงเม่าน้อยๆอย่างผมดีจัง...ที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็น...เด็กจะฉลาดต้องมีการเรียนรู้ครับ..แฮะๆ...
นั่งรถแป็บเดียวก็ถึงบ้าน เสียดายที่ตอนนี้จำได้แต่ชื่อเพื่อน ไม่ได้จำนามสกุล อยากพบอยากเจอมากครับจะอีเมล์กลับไปด่ามันก็ไม่ได้...กลับมาบ้านไม่มีใครว่าเลย..มีแต่คนเป็นห่วง...เกือบจะไปแจ้งตำรวจกันอยู่แล้ว...เมื่อก่อนตอนป.หนึ่งเคยกลับดึกทีนึง..คือเล่นซ่อนแอบกันตอนนั้นอยู่พญาไท พี่สาวเรียนศรีอยุธยา มารับแล้วไม่เจอก็นึกว่าแม่มารับแล้วเลยกลับบ้านไป...ถึงบ้านถึงรู้ว่าน้องหาย....วุ่นหล่ะ...ครูเห็นว่ามืดแล้วทำไมมานั่งร้องไห้อยู่นี่ถามไปถามมาเลยได้ความ...เดี๋ยวท่านจะไปส่งผมเอง...ครูประจำชั้นชื่อครูศริยา ภูอภิรมย์ ครับคุ้นๆมะ...เป็นพี่สาวของดาราดังจตุพล ภูอภิรมย์ไงครับ แต่เสียไปนานแล้ว....รถคว่ำ....แต่ผมไม่รู้หรอกว่าเค้าเป็นดารา...มาคิดทีหลังว่าดีที่ไม่คว่ำวันที่ไปส่งผม....
พี่จตุพล(ขอเรียกพี่เลยละกัน)มารับพี่สาวคือคุณครูของผมครับ ก็เลยขับไปส่งผมที่บ้าน...ก็เลยอธิบายว่าบ้านอยู่แถวตลาดห้วยขวาง...หลับไปหนึ่งตื่นถึงตลาดเข้าซอยบ้าน...พอถึงบ้านแม่กับพี่ก็ออกมา
"แม่ๆจตุพลนี่หว่า.." พี่สาวไปตามญาติข้างบ้านมาดู...
"จริงด้วยๆ จตุพลจริงๆ"
"ตัวจริงหล่อเนาะ"
....ฯลฯ.....
...ไม่มีใครสนใจกูเลย.....บ้าดารากันทั้งตระกูล...คุยกันหนึ่งช่วงหมาเบื่อแกก็ลากลับ....
ครับนี่ก็คือการท่องราตรี(กับดารา) ครั้งแรกในชีวิตของผมครับ.....อิจฉามั้ยครับ.....