บางกอกศอกกลับ...๑
posted on 24 Feb 2010 18:55 by gorsitฟ้ามืดนานแล้ว.....ใกล้สามทุ่มเต็มที.....โอ๊ทนั่งเงียบมาพักหนึ่ง...เหมือนรอรีสตาร์ทตัวเอง.....ตอนนี้เขาอยู่ที่อู่รถตุ๊กๆแห่งหนึ่งละแวกนนท์...ข้างๆตัวคือเจี๊ยบ โอ๊ทและเจี๊ยบติดอยู่ที่นี่มาสองชั่วโมงโดยที่ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้เลย.....
"เดี๋ยวนะ..." แปะทงชายร่างท้วมพูกไทม่ายค่อยซัก บอกกับโอ๊ทก่อนที่จะลุกไป....ย้อนเวลาไปก่อนนั้นราวอาทิตย์นึง....
กลางคืน/ภายใน/อู่ตุ๊กๆ
"ครับใช่ๆ ไม่มีชน แค่วิ่งผ่านๆกล้อง เดี๋ยวเลิกกองก็รวยกันแล้วเฮีย ฮ่าๆๆ.."
"เออ คุ้มๆๆ วันตั้งห้าโร้ย..." แปะทงหัวเราะร่วน..."เอ้าๆเฮียกินๆๆ หอยแครงตัวหญ่ายๆกินกับผักชีกินแล้วมีแรงฮ่าๆๆ"....
"ขอบคุณคร้าบเฮีย....ไม่เกรงใจล่ะน้า.." โอ๊ทมาขอเช่ารถสามล้อเครื่องไปเข้าฉากหนังจำนวนสิบหกคัน โดยมาติดต่อเจ้าของอู่ โดยเอารถที่มีอยู่ทุกคันที่เคลื่อนที่ได้เองไปเข้าฉากหมด....สองวันหลังนี่แปะแกใจดีเลี้ยงเบียร์กับหอยแครงตัวใหญ่ๆแกล้มผักชีสิบต้นทุกวัน...
เขาคือ Prop Master หรือหัวหน้าฝ่ายอุปกรณ์ประกอบฉากนั่นเอง ส่วนเจี๊ยบคือ Propman
"เออเฮีย..หนังเรื่องไรนะ?" เด็กอู่เรียกโอ๊ทว่าเฮีย เขานึกในใจว่า..ชอบจังมีคนเรียกเค้าว่าเฮีย...
"อ๋อ..บางกอกศอกกลับ!!!.."
"เรื่องมันเป็นงี้นะ...คือว่า..อธิบายอธิบายพระเอกเป็น.. อธิบาย..อธิบาย....แล้วจู่ๆก็..อธิบาย อธิบาย..จนกระทั้ง..อธิบาย อธิบาย.....ฯลฯ....." โอ๊ทอธิบายเรื่องคิวงานกับเนื้อเรื่องย่อให้คนขับฟัง.. เขาเล่าเสร็จก็คิดได้ว่ากูจะอธิบายทำไม ไม่เกี่ยวกันเลย.....ขับๆตามที่สั่งไปเหอะ... เด็กอู่นั่งฟังอ้าปากหวอ...พลางคิดในใจว่า
"กูจะได้เล่นหนังแล้ว"
วันถ่าย/กลางวัน/ภายนอก/คอนโดร้าง...
ทุกอย่างดูจะเป็นไปด้วยดีถ้าไม่มีอดีตดาราบ้าพลังเล่นหนังไม่เคยเห็นหน้า "วรรณา ฤทธิวิไล" ผกก.คิวบู้ โคตรบู๊ โคตรพ่อโคตรแม่บู๊มาเป็นผกก.กองนี้....
"เฮ้ยเทคๆๆ เอาชนจริงไปเล้ย..."
"เอาใหม่ เอาใหม่... คราวนี้เอาสตั๊นเราขับ เอาแหกโค้งตกร่องไปเลย.."
โครม...ตู้ม...ป้าบ....เอี๊ยด โครม...พัง.....เจ๊ง....
"โอ๊ทๆๆ...ระเบิดได้มั้ย...หะไรนะ....พี่เล้งใส่ระเบิดไปด้วยนะ..."
"ฮ่าๆๆๆ สะใจ สะใจ!!." พี่วรรณาบ้าไปแล้ว...เหมือนคนเมาเหล้าแห้งโวยวายอยู่คนเดียวกลางแดด...
ส่วนโอ๊ทของเราเหงื่อตกและจิตหลุดไปนานแล้ว ตอนนี้เหลือแต่แรงM100 ที่ดื่มไปเท่านั้นที่พยุงชีวิตโอ๊ทให้ยืนไว้ได้...เขาไม่ชอบพวกสตั๊น โอ๊ทคิดว่าพวกนี้ขี้เก็ก โวยวาย ชอบทำลายของที่โอ๊ทหามาด้วยความลำบาก
"เฮี้ยไอ้เจี๊ยบ...พี่วรรณาแม่งบ้าไปแล้ว.." โอ๊ทหันมาบ่น.....
"เอาไงดีพี่...รถแม่งเจ๊งชิบหายหมดแล้วอ่ะ.....ทำไงอ่ะพี่" เจี๊ยบเสริม...
"กูเห็นแล้ว...มึงอย่าเพิ่งถาม...กูก็งงพอกะมึงนั่นแหละ...ขอบุหรี่ตัวดิ๊..." -_-"
"ไหนว่าเลิกแล้วไงพี่.."
"เจี๊ยบ..." (กูขอ...นะๆๆ =_=)
"ครับ"......
..............
"พี่เปิ้ลทิ้งเงินไว้เท่าไหร่.."
"อยู่กับผมสามหมื่น..." พี่เปิ้ลคืออาร์ทไดเร็คเตอร์... ที่สั่งงานโอ๊ทแล้วหายไปเลย....
"เออ..เอ็งไปดีลเองเลยนะ เงินอยู่กับเจี๊ยบ...แล้วไม่ต้องโทรหาพี่..เค..ตามนั้นนะ" นั่นคือการบรี๊ฟงานครั้งสุดท้าย แล้วพี่เปิลก็ไปปากช่องเตรียมงานต่อ...โอ๊ทต้องแบกตุ๊กๆพร้อมคนขับไว้บนบ่าข้างละแปดคันเพียงลำพัง..... อบอุ่นดีจังเลย...
โอ๊ทหลับตาเงยหน้าขึ้นฟ้าคำนวนรายจ่าย สิบหกคัน คันละห้าร้อย อืมม...ค่าเช่าก็แปดพันสินะ...แต่ค่าเสียหายนี่สิ....โอ๊ทไม่อยากจะคิดต่อ.....
โอ๊ทอัดบุหรี่แบบที่ไม่เคยอัดมาก่อน...มันทำให้โอ๊ทมึนๆเผื่อนึกอะไรออกว่าจะแก้ไขสถานการณ์เลวๆแบบนี้ยังไง....มีอย่างที่ไหนเอารถชาวบ้านเค้ามาชนเล่นระเบิดเล่นจนหมดอู่...ของทำมาหากินเค้า....เอามาปู้ยี่ปู้ยำซะจนพินาศหมด...โอ๊ทยังนึกเกลียดไอ้พระเอกเรื่องนี้นัก.....วิ่งผ่านที่ไหนพร็อพกูพังชิบหายวายวอดที่นั้น....มึงผ่านดีๆไม่ได้เหรอ..มึงไม่มีตังเรียกมอไซค์รับจ้างเหรอเดี๋ยวกูออกให้ มึงซ้อนกลับเขมรไปเลยนะ.... เที่ยวมาวิ่งทำลายข้าวของชาวบ้านเค้าอยู่ได้....โอ๊ทสส์ส์ส์.....
"เจี๊ยบ..พี่ว่าเราหนีแม่งไปเลยมั๊ย ก่อนเลิกกองเราค่อยๆหายไป หายไปเลยไม่ต้องกลับมาอีกดีมะ... แปะแม่งเอากูตายแน่..."...โอ๊ทคิดแบบมักง่าย....
"เอ่อพี่...พวกคนขับมันมองพี่อยู่อ่ะ...ผมว่าเราสู้ความจริงดีกว่านะ..." เจี๊ยบเกือบจะร่วมมักง่ายไปกับโอ๊ท.... บรรดาเด็กอู่และคนขับมองมาที่อาร์ตสุดหล่อสองคนแบบมีคำถามติดหน้าผากอยู่ทุกคน...ส่วนโอ๊ทและเจี๊ยบ ขึ้นคำว่า Busy กับ Away อยู่ที่หน้าผากเรียบร้อยแล้ว...กูยุ่งนะ กูไม่อยู่นะ...อย่าเสือกแอดกูนะ....
".....อืม.....เจี๊ยบ เย็นนี้มึงไปกะพี่นะ..." T_T
"แม่ผมป่วย..." T_T
"เจี๊ยบ....." (กูรู้นะ)
"ครับ" TT_TT
เสียงประกาศเลิกกองดังขึ้น...ทุกอย่าง เอวัง(จบสิ้น) รวมทั้งชีวิตโอ๊ทด้วย.....ทำไมวันนี้โอ๊ทอยากถ่ายต่อนะ ถ่ายต่อให้มันตายๆไปเลย ถ่ายแบบไม่ต้องเลิกกอง.....ก้านสมองไม่ส่งกระแสไฟฟ้ามายังกระดูกสันหลังโอ๊ทชั่วคราว ทำให้โอ๊ทไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ก้าวขาไม่ออก...เย็นนี้เค้าจะอาอะไรไปแก้ตัวกับผลงานระดับชาติที่ พี่วรรณา กับไอ้พระเอกหน้าเขมรมันก่อไว้....โอ้... อนิจจา อนิจจา...
บรรดากลุ่มชายฉกรรที่เรียกตัวเองว่าเด็กอู่ เดินเข้ามาหาโอ๊ทกับเจี๊ยบอย่างใจเย็น....ตอนนี้เจี๊ยบคิดว่าตัวเองเป็นโลมาน้อยๆน่ารักที่กำลังถูกเรือประมงญี่ปุ่นโอบล้อมไว้สิบกว่าลำ.....
เจี๊ยบกับโอ๊ทยิ้มกว้าง.....
"กินไรก่อนมั้ยครับ...."
กลับมาที่เดิม.....จุดต้นเรื่อง....
กลางคืน/ภายใน/อุ๋ตุ๊กๆ/
"เดี๋ยวนะ....เอากลับมาได้ สิบสามคัน อีกห้าคันต้องลากมา...เดี๋ยวนะ....ใจเย็นๆ...."....
"ฮ่าๆๆ เฮียเดี๋ยวอั๊วช่วยซ่อมไง ฮ่าๆๆ" โอ๊ทพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน...พยายามหลั่งฟีโรโมนให้เป็นมิตรที่สุด...ทั้งที่ในใจอยากร้องให้...ทำไมนะชะตาชีวิตต้องขีดให้เขามายุ่งเกี่ยวกัยที่นี่....เขาสาบานว่าออกไปได้จะไม่นั่งตุ๊กๆอีกตลอดชาติ
"ลื้อไม่ต้องมาหัวเราะกลบเกลื่อนเลย ลื้อรออยู่นี่..เฮ้ยช่วยดูแลเฮียแกด้วยนะ" แปะทงรู้ทัน....สั่งลูกน้องให้ดูแล..เชอะ....คุมไม่ให้กูไปไหนว่างั้นเถอะ วันนี้ไม่มีเบียร์ ไม่มีหอยแครง ไม่มีผักชีต้นใหญ่ๆ ไม่มีใจ จากตั้วเฮีย ตอนนี้กลายเป็นตัวเหี้ยไปแล้ว...โอ๊ทคิดอย่างนั้น....บรรยากาศเครียดเข้าไปทุกที...โลมาน้อยๆสองตัวท่ามกลางฝูงเรือประมงญี่ปุ่นรอระดมยิงฉมวกคมๆใส่อย่างเลือดเย็น....โทรหาพี่เปิ้ลก็ปิดเครื่อง ทำไงดีเงินเหลือสองหมื่นกว่า ภาวนาว่า..คงจะพอ.....อากาศข้างนอกเริ่มเย็นๆ ทำไมโอ๊ทรู้สึกร้อนกว่าทุกวันก็ไม่รู้.....
โอ๊ทคิดถึงเตียงเป็นอย่างยิ่งตอนนี้เตียงทำอะไรอยู่นะ ตัวเองจะทำขนมอยู่รึเปล่า ตัวเองกินข้าวรึยัง... เตียง เป็นสาวไทยแท้ โอ๊ทเคยไปกินข้าวที่บ้านเตียงทีนึงสมัยคบกันใหม่ๆ ที่บ้านเตียงกินข้าวด้วยตะเกียบกันทั้งบ้าน!! อืมม...ไทยกว๋องสิวแท้ๆ
Bonus scene.....
ป๊ากับแม่เตียงมาเจอกันตอนที่ป๊าไปกินหอยแครงที่หน้าโรงหนังเท็กซัสกับเพื่อนๆที่ตอนนี้เป็นร้านสุกี้ไปแล้ว แล้วพบกับแม่ที่เป็นลูกคนไทยแท้ที่กำลังขายขนมลอดช่องอยู่เลยแซว แซวจนได้เรื่อง...เมื่อก่อนบ้านป๊าอยู่สี่พระยาชอบมาดูหนังแขกกินหอยแครงที่โรงเท็กซัส ส่วนแม่อยู่ข้างหัวลำโพง ป๊ามากินหอยแครงทุกวัน ซื้อผ้ามาฝากซื้อขนมมาฝาก พาแม่ไปแกงกระหรี่จีนตรงข้ามโรงหนังเยาวราชเป็นประจำ จนเป็นแฟนกับแม่แล้วก็เลยย้ายมาอยู่ที่ตลาดน้อยสัมพันธวงศ์นี่แหล่ะ...และแม่เตียงก็ทำแกงกะหรี่จีนได้อร่อยมาก.....โอ๊ทนึกชื่นชมในความรักของทั้งสองที่อากงกับอาม่าอุส่าห์หอบป๊าข้ามแม่น้ำแยงซีเกียงมาจนเจอแม่....แล้วก็มีเตียงนี่ไง
"คุณทำงานอะไรเหรอ.." ป๊าเริ่มตีสนิท
"เอ่อ...ผมทำงานหนังครับ" ตอนนั้นโอ๊ทถ่ายเบื้องหลังประจำกองถ่าย
"อือ...เป็นไง เย็บกระเป๋าซ่อมรองเท้าเหรอ..." ป๊าหยิบหอยแครงมากินเลือดกลบปาก..
"อ๋อ..ทำงานในกองถ่ายภาพยนต์ครับ.." ทำไมป๊ากวนตีนแต่หัวค่ำเลยหล่ะ...ป๊าเลือดกลบปากแหน่ะ
"อ่อ อือ...สร้างฉากเหรอ....ไอ้พวกสร้างฉากหรือเปล่า...." ป๊าเช็ดเลือด
".........."
"อือ ผมล้อเล่นนะ....ผมพอรู้มาหน่อยๆแล้ว..เออ...คุณรักลูกสาวผมเหรอ?" ตะเกียบแทบหล่นจากมือ โอ๊ทแทบช็อคกับคำถาม
"เอ่อ...ผม..." วันนั้นโอ๊ทประหม่าไปหมด มือสั่นถ้ามีคนสังเกตุจะรู้ว่าคืนนั้นโอ๊ทแทบกินแต่ข้าวเปล่าๆด้วยความที่ไม่กล้ายื่นมือออกไปเกินสิบเซ็นต์.....
"ไม่เป็นไร คบๆกันไปก่อน..แล้วค่อยตอบก็ได้...สมัยนี้คนดีๆหายาก ผมไม่อยากให้ใครต้องเสียใจ....กินเบียร์ด้วยกันมั้ย...." คืนนั้นผ่านไปแบบที่โอ๊ทมีความสุขที่สุด เพราะโอ๊ทอยู่ตัวคนเดียวมาตลอดในระยะห้าหกปีหลัง....
สำหรับคุณผู้อ่านที่กำลังคิดว่าทำไมไอ้โอ๊ทมันคิดถึงแล้วไม่โทรหาหล่ะ ไม่ต้องห่วงครับเพราะว่าไอ้โอ๊ทมันมัวแต่คิดมากพารานอยด์จนหลงไปหยิบเอารีโมทวิทยุจากในรถไอ้เจี๊ยบมาแล้วทิ้งโทรศัพท์ไว้ในรถแทน
.....................................................
....................
กลับมาที่เดิม...นนทบุรี อีกที..
"หนี" หนีเท่านั้น ความคิดนี้โผล่เข้ามาในหัวโอ๊ทอีกครั้ง เขาจะเอาชีวิตรอดไปหาเตียงให้ได้.... โอ๊ทพยายามส่งสัญญาณทางอากาศเป็นอวัจนภาษาถึงไอ้เจี๊ยบจับความได้ประมาณว่า....
โอ๊ท: "เจี๊ยบ..เดี๋ยวมึงค่อยย่องไปแถวหน้าประตูนะ แล้ว..พี่จะค่อยๆลุกเราจะแอบหนีกัน"..
เจี๊ยบ: ~'_'~
โอ๊ท: "ไอ้เจี๊ยบ แอบหนีกันดีกว่า"
เจี๊ยบ: '_'
โอ๊ท: =*= ....ไอ้เหี้ยเจี๊ยบ มึงรู้จักไวร์เลสมั้ย ไวร์เลสอ่ะ
เจี๊ยบ: 'u'
โอ๊ททำท่ากำลังจะลุก เดินไปบอกมันดีๆ แต่เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมากดไหล่ขวาของเขาจากด้านหลัง ให้นั่งลงอย่างเดิม...
"จะไปไหนกันเหรอเฮีย....อยู่คุยกันก่อนสิ..." เด็กอู่แต่หน้าโคตรแก่นั่นเองที่มากดไหล่เอาไว้
"เอ่อ....บุหรี่ บุหรี่หมด เดี๋ยวไปซื้อก่อน" โอ๊ทพยายยามฉลาด
"ให้เด็กไปซื้อให้ก็ได้นี่ เฮ้ย....ไปซื้อบุหรี่ให้เฮียแกหน่อย...เอาไรเพิ่มมั้ย..."
"เหล้าแบนนึงครับ" เจี๊ยบโพล่งออกมา... อ้อตื่นแล้วหรือมึง
"เอาอะไรอีก"
"น้ำแข็ง นี่เงิน"
"แสนห้า" แปะทงโพล่งออกมาบ้าง..
"เอาเป็นกลมไปเลยดีกว่า"...โอ๊ทเปลี่ยนใจ...
"อั๊วคุยกะเมียอั๊ว ไม่เกี่ยวๆ..ลื้อใจเย็นๆ"....เฮ้อ....จี๊ซัส....โอ๊ทหัวใจแทบวาย....โอ๊ทคิดว่ากินเหล้าประชดชีวิตไปเลยดีกว่าแล้วค่อยคิด....ความจริงแล้วกินเหล้าแต่ละแก้วเซลล์สมองตายไปไม่รู้กี่ตัว แปะทงก็มัวแต่โทรศัพท์อยู่.... จะเอาไงก็รีบๆซะทีอยากกลับบ้านแล้ว โอ๊ทได้แต่คิดแบบใจเย็นๆ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้น ใจเย็นๆ ไอ้เจี๊ยบมันไม่เห็นจะเดือดร้อนเลย...อืมม...ความจริงเราอาจจะคิดไปเองก็ได้.....เรื่องแค่นี้เอง....เรื่องแค่นี้เอง...
..........................
.........................
.........................
edit @ 26 Feb 2010 14:56:52 by gorsit
edit @ 26 Feb 2010 22:02:32 by gorsit