คืนครึ่งใจ...
posted on 26 Apr 2010 22:37 by gorsit
....ยาวนิดนึงนะ...ถ้าแจกที่คั่นหน้าจอแบบที่คั่นหนังสือได้ ผมทำไปแล้วหล่ะ...(คนเขียน)...
กลางคืน ภายนอก ถนนมืด
.......
รถซูซุกิ แคริเบี้ยนคันนั้นวิ่งทะยานผ่านไอร้อนที่ผุดขึ้นมาจากถนนราดยาง..เหมือนในซีรีย์มิติมืด สิ่งที่ไม่น่าจะเป็นหมอก..เพราะนี่มันเพิ่งจะ หัวค่ำอยู่เลยนิ
ฝนแอบดูเจี้ยวเด็กเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน...มันตกลงมาแค่ทำให้ถนนเปียก..และหลอกดูปิ๊กกะจู้เด็ก....เท่านั้นเอง...และในรถคันนั้นมีมนุษย์อยู่สี่ตัว...
โอ๊ท: กูบอกแล้ว..ว่าอย่าไปเชื่อมัน ไอ้ขี้โม้...
โอ๊ท: นี่แม่งเราอยู่ไหนก็ไม่รู้เลย...
หนุ่ม "โอ๊ท" ของเราบ่นกะปอดกะแปด...นอกจากโอ๊ทแล้วยังมี "ปิน"..."วา"..และ "เหลือง" สี่สหายที่รวมตัวกันเฉพาะเรื่องเลวๆ ฉลาดๆ...ทั้งๆที่ต่างไม่ชอบขี้หน้ากันอยู่เนืองๆ แต่ก็ยังหาโอกาสตอนที่พระผู้เป็นเจ้าที่คอยให้คะแนนมนุษย์อยู่บนฟ้าดันเผลอเดินไปหยิบเอ็มร้อยมาดื่ม....ก็เลยสบจังหว่ะนัดพบเจอกันประจำ...และสามารถทำให้บรรยากาศดีๆรอบๆตัวกลายเป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโชคร้าย คล้ายอีกาแห่งแดนรัตติกาลทราซิลวาเนีย บินมาเกาะหลังคาโบสถ์.. พระต่างทยอยสึก แม่หมาวัดออกลูกเป็นตัวนิ่ม....
...............
ก่อนหน้านั้นราวสี่โมงเย็น....ร้านหมูกะทะ....หลัง ม.แห่งหนึ่งซอยเสือใหญ่ฯ ตรงข้ามศาลอาญารัชดาฯ...(อย่างงี้จะใบ้ทำไมครับ...)
ไอ้วาเป็นมนุษย์เพศชายร่างท้วม พูดมาก บ้าหนังจีนกำลังภายใน เที่ยวสะพานควาย ใส่แว่น...เจ้าของคติ "ตะเกียบกูไม่เคยไหม้ไฟ"....
เพราะว่าเวลาไปกินหมูกะทะกัน มันจะไม่เคยปิ้งเอง..อาศัยความหน้าทน และความเลวส่วนตัวเป็นที่ตั้งในการหากิน....มันเป็นอีกคนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองสืบเชื้อสายมาจากจอมยุทธในหนังกำลังภายใน...มือไว... ปากไว...อนิจจา..เสือกสายตาสั้น...
ปิน: ...เฮ้ยๆเนื้อปินหายไปไหนวะ....ชิ้นเหลี่ยมๆอ่ะ....
โอ๊ท: ไอ้วามึงเลยๆ...
วา: ป่าวเลย..นี่ๆกูกินหมี่หยกอยู่...
เหลือง: .....อือ....
............
สามถึงห้านาทีแรก เป็นช่วงสุดทรมาน...กว่ากะทะจะร้อน กว่าจะตักอาหารครบ...ไหนจะน้ำจิ้ม...เหมือนเรากำลังรอพยาบาลเรียกชื่อตอนป่วยอยากเย็บหัว.....พอได้ลงมือกิน...เหมือนห่าลง.....ลวกแค่เนื้อเป็นสีชมพูๆ พอไม่เห็นเลือดก็จับยัดเข้าปาก...เนื้อนิ่มๆเลยนะครับ..ชุลมุล...นาทีนั้นไม่มีใครสนใครแล้วครับ...ต่อยกันได้ต่อย...แต่วางเอาไว้ก่อน..อาจจะเป็นที่มาของคำว่า "วางมวย"..ก็ได้
....
สิบนาทีผ่านไป...
ปิน: เฮ้ยอิ่มชิบผาย....กินของปินให้หน่อยดิ...
วา: เฮ้ยไม่ไหวแล้วใครวะแม่งตักเยอะ...เอามาเลี้ยงปลาวาฬรึไงวะ.......
โอ๊ท: กูไปเอาของหวานก่อน...
ปิน: เอาเหล้าเลยมั้ย..สักแบน....
เหลือง: ............
โอ๊ท: ...โหย..ไหงเมื่อกี้พวกมึงเพิ่งบอกว่าโคตรอิ่มอยู่หยกๆไงเล่า...โอ๊ว์ว์ว์..
วา: นี่...โบนัสกูออก....
ปิน: แล้วไง...
โอ๊ท: เออ....แล้วไง กูก็ไม่เห็นมีชีวิตดีขึ้นเลย
วา: ไปชะอำกันมั้ย..... ห่ามเป็นหลัก.....
พร้อมกัน....อือ เอาดิ....น่าสน แต่ขอกินอีกสักแบนได้ป่ะ...กะลังมัน
โอ๊ท: เอารถใครไป
ปิน: ......
วา: ........
เหลือง: ............
โอ๊ท: กูใช่มั้ย.....
วา: .........
โอ๊ท: กูอีก....สินะ...พวกมึง...
วา: เอาน่าขากลับกูขับเอง...
เหลือง: ............
ปิน: ............
หนึ่งในนั้นเสนอว่าเราควรจะซื้ออะไรไปกินในรถด้วย....น้ำชาชุดใหญ่สี่ชุด...เถ้าแก่น้อยหนึ่งกิโล...สี่คนกับปริมาณแอลกอฮอลล์เกินลิมิตไปพอประมาณว่าเผากรุงศรีอยุธยาได้ในวันเดียว ..ก็บึ่งไปเอาเต๊นท์ อุปกรณ์จำเป็นบางอย่างมาจากบ้านปิน..กล้องดิจิฯ..แก้วน้ำ..กระติก..ผ้าเช็ดตัว..หมอนมุ้ง...ยากันทาก..แต่..ยกเว้น....
แผนที่....
ปิน: โหยง่ายเลยพี่โอ๊ท..ปินเคยไป..
วา: วาก็เคย...
เหลือง: อืมม.....
........ ................และ..............
กลับมาณ.จุดต้นเรื่อง.....ไม่ทราบพิกัด...
ภายนอก กลางคืน ถนนมืด ดึกสงัด.....
สองข้างทางยังเงียบสงัด โอ๊ทขับรถทะลุความมืด...พยายยามหาป้ายบอกทาง...ไม่เจอ.....ส่วนไอ้ปินกับไอ้วานั่งกินเหล้าแบบไม่สนใจโลกอยู่ด้านหลัง..
เหลือง: .........
โอ๊ท: เฮ้ยข้างหลังอ่ะ...พวกมึงจะสนุกไปอีกนานมั้ย...นี่กูกำลังหลงทางนะเว้ย....ช่วยกันหาทางหน่อย...
เหลือง: ...............
วา: ........
ปิน: นี่ไง..ขวานี่หล่ะมั้ง ไปได้.....
วา: กูว่าซ้าย....
โอ๊ท: ไหน ไปได้อ่ะกูรู้ แต่มึงว่าทางมันจะพามึงไปไหน.....
วา: ชะอำ
ปิน: ใช่ๆๆ...หัวหิน
โอ๊ท: มึงไม่ต้องมาชำอำแล้ว....กูจะกลับ
วา: ตุ๊ดหว่ะ...ไหนๆก็มาแล้วนะเว้ย...We have gone too far to return นะเว้ยเฮ้ย..
ปิน: เอาไงหล่ะ
วา: เดี๋ยว แดกเหล้าก่อน
โอ๊ท: โอ๊ย......ไอ้ควาย....กูหลงทางนะเว้ย..ทำไมพวกมึงไม่เดือดร้อนกันบ้างเล้ยยยย..
โอ๊ทจอดรถข้างทาง....มึนๆเหมือนเมาค้างยาแก้แพ้...บวกกับเริ่มเกิดอาการพารานอยด์ขึ้นมา ทั้งงู เสือ ทั้งโจร ทั้งผี และโจรที่เป็นผี..
โอ๊ท: ขอบุหรี่ตัวดิ๊..
วา: เออๆๆๆๆ.....สูบบุหรี่ก่อนดีกว่าเผื่อคิดไรออก....มึงจำได้มั้ยว่าเรามาเส้นไหน....
วา: ใครบอกให้ออกปิ่นเกล้า.....
โอ๊ท: .............
ปิน: เห็นอยู่นะ จำได้ว่าผ่านโลตัส....มันเป็นถนนคู่ มีตอม่อ...เจริญๆหน่อย
เหลือง: ............
โอ๊ท: โลตัสไหน??? ทำไมกูไม่คุ้น...เอาใบกะท่อมเลยดีกว่า...
ปิน: .......
เหลือง: นั่นดิ...
วา: จำได้ว่าเห็นบิ๊กซี....
โอ๊ท: เออๆ..บิ๊กซีไหนวะ..
วา: ..บ้านโป่ง???? ..
โอ๊ท: ................
เหลือง: .....................
วา: ................
ปิน: ..........
โอ๊ท: ................
เหลือง: .....................
วา: ................
ปิน: ..........
โอ๊ท: เฮ้ย..มึงเว้นนานไปป่าว..
เหลือง: ..............
โอ๊ท: ชะอำบ้านมึงผ่านบ้านโป่งเหรอ...
วา: ....................
ปิน: อืมมม...แล้วบ้านโป่งอยู่ไหนวะ.....
โอ๊ท: .............
เหลือง: ............
วา: ใกล้ๆก่อนถึงระยองงา...สัด...
โอ๊ท: เออ ที่เป็นนิคมเชี่ยไรทำนองเนี๊ย..ควันขโมงๆ
เหลือง: ............
โอ๊ทคิดได้ว่า...กูไม่ตลกแล้วดีกว่า ต่อให้เอาบิ๊กจิ๋วกับป๋าเหนาะเอาถาดมาตีกบาลกันให้ดู เขาก็ไม่ขำ...หาวิธีพาร่างตัวเองและมนุษย์อีกสามสี่คนนี่ออกไปโดยเร็วที่สุด...ไปไหน...ไม่ต้องถาม...โอ๊ทไม่มีทางรู้ได้...นี่สินะที่เป็นตัวอย่างอย่างดี ของคำว่า "อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน" ...
ทั้งสี่ขับรถออกมาโดยถอดสมองทิ้งไว้เบื้องหลัง...ประมาณว่า...ช่างมันเหอะหาที่นั่งชิลล์ๆดีกว่า เวลานั้นอย่าว่าแต่ที่นั่งเลยครับ..หมานั่งเลียไข่ซักตัวนึงยังหายากประมาณร่อนทองแมคแคนน่า..
ลมฝนผ่านเปลี่ยนเป็นติดลม.....
ชั่วอึดใจปลาวาฬ(ผมเอ่ยถึงปลาวาฬโดยที่ไม่จำเป็นบ่อยมาก...จะพายยามไม่เอ่ยถึงอีกครับ)....
วา: เฮ้ยๆ กูว่ากางเต๊นท์ตรงนี้แม่งเลยดีมะ เริ่มรู้สึกปลอดภัยแล้ว...
โอ๊ท: ..มึงรู้สึกปลอดภัยตรงไหนวะ...มองไม่เห็นเหี้ยไรเลยเนี่ยนะ...
ปิน: มีร้านค้าด้วย..โน่นนน.....
ทุกคนมองตามนิ้วมือไอ้ปิน...สุดขอบโลกที่เห็นเป็นเพียงแสง...เหมือนอยู่กลางทะเลแล้วเห็นประภาคาร เหมือนอยู่ดาวอังคารแล้วเห็นดาวลูกไก่...บริเวณนั้นมีหมานั่งเลียไข่อยู่สามสี่ตัวท่าทางเป็นมิตร...(จริงๆแล้วยังพอมีไฟทางอยู่นะครับไม่เปลี่ยวขนาดนั้น)
วา: ...........
โอ๊ท: เออๆ เข้าท่าๆ .....(ประมาณช่างแม่งละ)...มีหมาด้วย...
ไม่มีใครห้ามใครแล้ว มีแต่ผู้ตาม .....ไม่มีผู้นำ.....
โอ๊ท: เอาสิๆ หาน้ำมาล้างหน้าแล้วกูจะลงนอนแลนดิ้งแบบนิ่มๆแล้วนะ อยากพัก...ช่วยกางเต้นให้กูด้วย...เหมื่อยสัด...
เหมือนพลอยฟ้าพลอยฝน และฟ้าฝนเป็นใจ..คืนนั้นอากาศดี ไม่ร้อนไม่หนาว...กินเหล้ากันต่ออีกประมาณ เอาให้ปลาวาฬกินก็หลับ....หนึ่งชั่วโมงหอยทาก...วากับปินหลับไปแล้ว...เหลือไอ้คนที่บ่นว่าจะนอนก่อนและไอ้เหลืองที่ตลอดทริปมันไม่พูดห่าไรเลย...
โอ๊ท: เราแกล้งแม่งมะ ทิ้งกุญแจรถ ข้าวของแล้วก็เงินไว้แล้วเราหนีไปกันมะ....
เหลือง: หึๆๆๆ ห่มผ้าให้มันด้วยเนอะ..
.......................(ซาวด์จิ้งหรีด ดอลบี้3.2).... .. .. ..
โอ๊ท: .....................
เหลือง: พี่โอ๊ท..กูว่านอนเหอะ...ง่วง..
โอ๊ท: .........
เหลือง: . ......
โอ๊ท: เอาดิเดี๋ยวกูตามไป...
เหลือง: มึงจะไปไหนอีพี่โอ๊ท????
โอ๊ท: นอนไง....
เหลือง: ก็นอนมันตรงนี้แหล่ะ จะไปไหนวะพี่??!!???
โอ๊ท: อือๆๆ...นอนละ...ระวังให้ด้วย....ถ้าไม่ง่วงนะ...(ก็เมื่อกี้มันบอกว่าง่วงอยู่หยกๆนะ)...
เหลือง: อือ....แล้ว..ระวังอะไร....
โอ๊ท: .........
โอ๊ท: หือ......ก็ทั้งแบบมีชีวิตแล้วก็ไม่มีชีวิตอ่ะ....ดูๆให้หน่อย.....
เหลือง: ....................
โอ๊ท: ................
...เหลืองเป็นคนกลัวผีมาก......ไอ้บัดซบโอ๊ท...มึงมากระตุกต่อม รีสโตร์เรื่องผีกูทำง้าวอะไรครับ....
ไม่นอนดีกว่า เดี๋ยวก็เช้า............เหลืองคิดแบบนั้น ...แล้วก็ทำแบบนั้นจริงๆ....โอ๊ทไม่หลับแต่กรน...
เหลือง: ......ผีเจาะปากเหรอ.............
ในทีสุด....เหลืองก็หลับ REMไปหนึ่งรอบ พองามไม่น่าเกลียด...(REM=Rapid Eyes Movement อาการหลับขั้นฝันลูกกะตาจะกรอกไปมา กลับไปอ่านตอนคนหลับๆตื่นๆสิ-คนเขียน)
มีบางสิ่งมารบกวนโสตประสาท....กุ๊กๆกั๊กๆ...เหมือนมีผีอำ..เหมือนคนเดินไปเดินมาเหยียบยอดหญ้าอยู่นอกเต๊นท์ประมาณสามสิบฝีตีน.......จิตตื่นแต่กายเสือกอยากหลับ....
สองในสามของร่างกายมนุษย์..คือน้ำ....เซลล์ หน่วยเล็กที่สุดในชีวิตก็เต็มไปด้วยน้ำ ขาดน้ำเพียง ๑๕% เราก็จะตาย...เมื่อร่างกายต้องการน้ำอย่างแรง...คือเหตุผลที่ทำให้ปินตื่นก่อน....ออกไปหาน้ำกิน....เสียงยังดังอื้ออึง ตามด้วย ไอ้วา ออกไปหาไรดื่มตามลำธารเล็มหญ้าตามนิสัย....มันสองคนไปแล้วไม่กลับมาอีกเลย...โอ๊ทจะได้นอนกางแขนสบายๆ...ทหารพม่าจับตัวพวกมันไปหรือเปล่า...ช่างมึง!!
โอ๊ทจำเป็นต้องตื่นเพราะไอ้เหลืองมาเขย่าแขน...แรงประมาณเขย่าซากกระป๋องสีสเปรย์ค้างปี....
เหลือง: พี่โอ๊ทๆ....ออกมาดูไรนี่ดิ
โอ๊ท: (งัวเงีย)...เชี่ยไรวะ...
เหลือง: มาเหอะ....
คลานต่ำออกมานอกเต๊นท์...เปิดเปลือกเต๊นท์..เปิดเปลือกตาที่แสนหนัก..
"สมองส่วนสั่งการ" ส่งผ่านไฟฟ้าไปยัง "ไขสันหลัง" และแปลเป็นพลังงานไฟฟ้า เป็นสัญญาณเสียงกลับไปยัง "สมองส่วนรับรู้" ได้ว่า....
oops....ยีสต์อีกแล้วกู
ตลาดนัด!!....... -*-
กูจะดีใจหรือเศ้ราใจดีวะ...นี่กูนอนอยู่กลางตลาดนัดเลยเหรอนี่....วายป่วง......ใช่ครับรอบเต๊นท์มันกลายสภาพทรานซฟอร์มตัวเองจากป่าละเมาะเมื่อคืนเป็นตลาดนัด...นัดแบบ...ประมาณหกสิบกว่าแผง....โอ๊ทมุดกลับเข้าไปอีก...ทำไงดีวะกู...คว้าโทรศัพท์....แม่ค้าแง้มเข้ามา....
มึงจะแง้มทำไม..กูยิ่งเขินๆอยู่นะเว้ย....... -_-"
แม่ค้าตาหวาน: ..น้ำปั่นมั้ยน้อง.... ("v")
โอ๊ท: เอ๋??.....ครับ.... -____-""
แม่ค้าตาหวาน: นั่นเพื่อนๆไปนั่งตรงโน้นกันหมดแล้ว.....ป้าแสนดีชี้ไปทางต้นไม้....
ไอ้ปิน..วา..และเหลือง...มันไปนั่งชูคอสลอนตาแดงเป็นหมาไฮยีน่าอยู่ในร่มไม้ ดูดกาแฟเย็น เรียบร้อยแล้ว.....แถมส่งสายตาเป็นรหัสมอร์สกระพริบๆแดทๆดอทๆ ไวร์เลสมาหาโอ๊ทว่า...
.-..เก็บ--.. เต๊นท์..-. ด้วย..--...นะ ..--.-..
หึ....ที่สำคัญ ไอ้เหลืองมันแว๊บไปตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย เมื่อกี้เพิ่งมาปลุกอยู่หยกๆ...
................
............
End Cradit Scene
วา: เฮ้ยปิน..เตียงหายไปไหนวะ...
ปิน: อือ..นั่นดิ ไม่เห็น
เหลือง: เห็นว่างอนๆกันอยู่นะ..
วา: มิน่า..ทำไมยอมมากะกูง่ายๆ...
ปิน:.........
เหลือง: .........