เดินเค้วงอยู่หน้าศูนย์กามค้าแห่งหนึ่งย่านลาดมะพร้าว.....สถานที่แห่งนี้มีความเป็นมา...เหล่านกกาบินเอื่อยเนื่อยโฉบเฉี่ยว....ข้าพเจ้าได้แต่เดินเดี่ยวเดียวดาย กวาดสายตา....มองดูฝูงชนเดินสับสนอลหม่าน....แมลงปอบินคุยกันเจื้อยแจ้ว เจอละอองแดดยามอาทิตย์อัสดง....

.

.

เอาหล่ะ...เล่ายังงี้เมื่อไหร่จะรู้เรื่องวะ....

.

ศูนย์กามค้าแห่งนี้เปิดใหม่ครับหลังจากปิดไปหกเดือน...สภาพภายนอกโคตรเอเลี่ยนเลย...คือไปเข้ากับตึกใดใดในย่านนั้น.....เดินเข้าไปด้านในเหมือนองค์กรลึกลับที่คอยกอบกู้โลก....มีแต่วัสดุสังเคราะห์ที่เหมือนเอาไว้ขู่มนุษย์ต่างดาว....

.

ข้าเองมีความผูกพันกับไอ้เจ้านี้มาก...ตั้งแต่เด็กเด็กแอบเที่ยวดูหนังเดอะสเก็ต...โรงหนังมินิเธียร์เตอร์ทันสมัยเสียงดอลบี้....เดินเข้ามาหมดแล้วทุกร้าน..ยกเว้นร้านวาโก้กับร้านเพชร....เดินเล่นกับแฟนมาแล้วหกคน...นัดสาวที่ตอนหลังไม่ได้เป็นแฟนอีกแปดคน...เดินตั้งแต่หัวเกรียน ผมยาว ผมยาวมาก จนหัวจะล้านหมดแล้ว.....ไม่ว่าจะเป็นหุ่นโมเดล แม่พามาซื้อชุดนักเรียน ซื้อเลโก้ชุดแรก ซื้อฮีแมนตัวแรก หนังสือเก่าชั้นใต้ดิน ซื้อสแตมป์ แผนที่กอทกมอฉบับควายโคตรใหญ่บนชั้นสาม ซื้อมือถือเครื่องแรก ข้าวหน้าเนื้อเจ็งกิสข่านโคตรอร่อย กินฟูจิครั้งแรกที่นี่ บีทูเอสก็เคยมาครั้งแรกที่นี่ ห้องน้ำชายเยี่ยวมาแล้วทุกโถ แดกเบียร์กลางวันแสกแสก....ที่นี่คือจุดศูนย์รวมของข้ากับเหล่าสหาย...เราจะเจอกันที่นี่เป็นประจำ...ประจำ...

.

หายใจลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้...

.

เดินก้าวแรกเข้าไปใจข้าสั่น....เหมือนกลับมาเจอเพื่อนเก่า...เขิน....อมยิ้ม...ความรู้สึกแรกที่ได้เข้าไป...

.

.

แม่ง...คนเยอะชิบหายเลยหว่ะ...

.

จากไปหกเดิอน...เจ้าเปลี่ยนไปมาก...จนข้าจำอะไรแทบไม่ได้...

.

ในใจ....อยากบอกว่า...ข้าคิดถึงเจ้ามาก....

.

อยากให้กลับมาเหมือนเดิม...คงไม่ได้สินะ...คนอื่นคงคิดว่าเจ้าเก่าแล้ว....เลยเอาสารพัดวัสดุงี่เง่ามาโปะเจ้าไว้....

.

.

แต่ข้าเอง....ก็ยังจะมาหาเจ้าอยู่บ่อยบ่อยนะ...ข้าสัญญา....เพราะว่า....ข้าผูกพันไงหล่ะ....

.

.

...

...

....

...

ปิน: เชี่ย..ซึ้งหว่ะ

เหลือง:........

ปิน:........

ข้า: เอาเซ็นทรัลอันเก่ากูคืนมาเลย....

......    .......

ในใจฉันมันหมวย

posted on 22 Aug 2011 16:23 by gorsit

ขอโทษด้วยนะน้องข้า.....

วันนั้นได้เจอหน้าไอ้หมวยแล้ว....ความประทับใจแรกที่แทรกขึ้นมาในหัวคือ...

“แม่งโคตรซิ่มเลยหว่ะ”...แต่เราก็นะ..คิดดังไปนิ๊สนุง...

ไอ้หมวยได้ยินดังนั้นก็หัวเราะแทบสิ้นสติ...ทั้งที่จริงมันคงคิดด่าไอ้หน้าแก่ตัวดำอยู่ในใจก็ได้...แม่ง..เม้นต์กูได้เม้นต์กูไปเถิดมึง...ไรงี้..

ถ้าไม่นับเวลานอนซึ่งมนุษย์ทุกคนในโลกนี้ต้องทำแล้ว...หนึ่งในสามของชีวิตมันคงหมดไปกับการหัวเราะ....เพราะมันหัวเราะเก่งมาก เก่งพอพอกับตัวบีเวอร์ที่สร้างเขื่อนกั้นน้ำได้ด้วยตนเอง!! การหัวเราะนี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะหน้ามันยังดูไม่แก่มากเท่าไหร่...เป็นอาซิ่มช่วงแรก..

คิดว่าสักวันจะเขียนหนังสือไปถึงกระทวรงสาธารณสุขให้เอามันไปเป็นวิทยากรบรรยายให้ผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าฟังสักสามสี่ปี...พอได้ค่าตอบแทนในการบรรยายสักห้าล้านบาท..เราอาจจะมีส่วนแบ่งบ้างไม่มากก็น้อย...

วันนั้นเราตกลงกันว่าไปหาเนื้อย่างกินกันดีกว่า....โดยไอ้หมวยแนะนำไปร้านลึกลับแห่งหนึ่งบนถนนลี้ลับแห่งหนึ่ง...สักพักเราก็ค้นพบว่าผู้ร่วมเดินทางไม่กินเนื้อ.....เราจึงตกลงกันว่าแดกแต่หมูละกันเพื่อความสบายใจของเราเอง...โดยรวมแล้วร้านนี้...ก็โอเคครับอยู่ในระดับดีทีเดียวสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเพราะไม่มีลูกค้าเลย......พอรับเมนูก็สั่งของสรุปเรากินบุปเฟ่ต์กัน...สามนาทีผ่านไป..

โอ้วว...อาหารมาแล้วน่ากินมั่กมั่ก...มีหมูหมึกกุ้ง...เราเกิดไอเดียเล่นเกมส์แข่งกันพูด “หมูหมึกกุ้ง” แบบเร็วเร็ว ห้ามพูดผิด....ซึ่งเกมส์นี้เป็นเกมส์ใหม่ล่าสุดในยุคนี้ที่เราเพิ่งคิดค้นขึ้นมาสดสดร้อนร้อน...(ทำไมมึงไม่ใช้ไม้ยมกวะ).....

“หมูหมึกกุ้ง”

“หมูหมุกกุ้ง”๕๕๕

“หมือหมึกกึ้ง” ๕๕๕

“หมาหมักก้าง” ๕๕๕

เล่นเกมส์งี่เง่านี้อยู่สิบนาทีปรากฏว่าไอ้หมวยแพ้ เรากะให้มันจ่ายค่าอาหารเลี้ยงเราไปตลอดชีวิตโดยกะว่าจะให้มันพาไปเที่ยวญี่ปุ่นหนึ่งปีเต็มโดยเราไม่ต้องออกเงิน..โดยเอาเงินที่ได้จากการบรรยายให้กระทรวงสาธารณสุขห้าล้านบาทมาใช้....แต่คิดว่าเป็นการเอาเปรียบเกินไป เลยให้มันไปยืนท่องอยู่หน้าร้านแล้วกลับมากิน....

ชั่วอีดใจปลาวาฬหมวยก็กลับมากิน...

“โอ้วพี่ท่านอาหารช่างน่ากินเหลือเกินนะ ๕๕๕๕๕๕” (จำได้ว่าประโยคนี้พูดไปเมื่อสามชั่วโมงก่อน) (เพราะตั้งแต่แรกยังไม่ใครได้แดกไรเลย)  กุ้งย่างเป็นกุ้ง หมูมันมันเนื้อนุ่มนุ่ม..วู้วววว....เสียงย่างเพราะเพราะ...กลิ่นหอมหอม...สโม้คบางบาง.....ที่ความเร็วเท่าเสียง...ที่ความเร็วสามพันเฟรมต่อวินาที.....ตะเกียบชนกัน..โป๊งเป๊ง โป๊งเป๊ง..ไม่มีใครสนใจใคร...แต่ผ่านไปแค่สิบนาที...ข้าเองก็เริ่มแผ่ว..

เฮ้ยทำไมมันหมดช้าจังวะ....ส่วนไอ้หมวยก็หาได้สนใจชาวโลกไม่...ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินโดยการกินไม่หยุด....โอ้...นี่เรานั่งอยู่กับตัวอะไรวะเนี่ย....เรากินไปร่วมเจ็ดกิโลแล้วไอ้หมวยมันยังไม่อิ่ม....ทั้งที่ตัวมันเล็กแต่คางเรา.....ช่างเป็นบุคคลที่น่าเป็นอันตรายต่อบรรดาหมูหมากาไก่เป็นยิ่งนัก.....เราได้แต่นั่งมอง...ดื่มน้ำ...กินกิมจิ...มอง...แดกน้ำอีก...เล่นตะเกียบ...เขี่ยปลาหมึก...มอง...เฮ้...ตะเกียบเธอไหม้ไฟแหน่ะ....ปากเธอมันมากไปแล้วนะ....

ผ่านไปชั่ววงจรชีวิตเพรียงทะเล....

มันเงยหน้าขึ้นมา....”อ้าวอิ่มแล้วรึพี่...”

(อิ่มนานละ....)

“ไรวะกินน้อยจัง ๕๕๕”

.......แจ๊บ แจ๊บ แจ๊บ แจ๊บ แจ๊บ แจ๊บ....(อันนี้เสียงกิน)....(แน่นอนมันก้มหน้าลงไปกินต่อ)...

.........

“เริ่มอิ่มเหมือนกัน...เฮ้อ...อึดอัด...๕๕๕”

“ไปไหนต่อป่าว??”

“ไม่อ่ะ..พี่อ่ะ”

“อืมมม...ไม่รุ..งั้นก็กลับ...”

........

“พี่...เอาเมนูให้เราหน่อยสิ...”

“อ่ะ...” !?!?!?

“.....”

“เอาหมูเบสิคอีกจานแล้วก็ข้าวห่อสาหร่ายค่ะ..น้ำด้วยนะ...พี่เอาไรป่ะ???...”

.......!?!?!.....

โอ้วว์ว์....ไหงเมื่อกี้เพิ่งบอกว่าอิ่มไปหยกหยกวะไอ้หม๊วยยยยย...วู๊......ไม่ได้การ ต้องรีบรีสโตร์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้..จะได้ขับรถได้..เพราะถ้าเลื่อนเบาะไปข้างหลังมากขาจะเหยีบคันเร่งและเบรกไม่ได้....กินพอเป็นพิธี....เช็คบิลเสร็จหามน้องมันยัดมันเข้าไปในรถ ขับรถกลับไปส่งน้องที่บ้านเพราะน้ำหนักร่างกายมันเพิ่มมาอีกสามสิบเปอร์เซนต์ของน้ำหนักมวลรวม...

จากร้านลี้ลับแห่งนั้นมาบ้านมันย่านลี้ลับอีกแห่ง.....ส่งปากซอยบ้านแถวเซเว่นสาขาที่๐๑๗๑ มันเห็นมันวิ่งข้ามถนนแล้วปวดตับด้วยว่าอีกสามมิลรถเมล์จะเอาไปกินซะแล้ว มาตรว่าน้ำหนักตัวคงจะเกินเลยผิดสเต็ป......เสียดายเนื้อที่กินกินเข้าไปเสียนี่...(จริงจริงแล้วห่วงน้องมันมากกว่า)..คราวหลังตั้งปณิธานว่าเรามาถึงนี่แล้วขับเข้าไปส่งถึงบ้านจะเป็นไรไป.......ระหว่างกลับบ้านตัวเอง...รู้สึกว่า...ง่วงชิบหาย...แม่งเอาเนื้อเชี่ยไรมาให้กูแดกวะ...เอายานอนหลับผสมกิมจิมาให้กูรึเปล่า...คิดไป.....ป่านนี้มันคงนอนหลับตาพริ้ม พลางหัวเราะไปด้วยและฝันว่าได้คีบหมูเกาหลีเข้าปากบนยอดเขาเคทูไปแล้วมั้ง....แต่ก็ขอบคุณเจ้ามากนะเจ้าหมวยน้องข้า...ข้ารูสึกดีมากเวลาที่อยู่กับเจ้า...สบายใจที่สุด.......รู้สึกผ่อนคลายมากมาก....รู้สึกดีดี เบาเบา.....เจอเจ้าอาทิตย์ละครั้ง...เพียงนั้นเจ้าจะว่ามันมากเกินไปหรือไม่...ตัวเราเองก็ไม่ได้เอ่ยถามมันเลยว่าสบายใจบ้างรีเปล่า........

หันมาที่ตัวเราดีกว่า....เรายังง่วงอยู่นะเว้ย...คิดไรเคลิ้มเคลิ้มแบบนี้เดี๋ยวก็ตายห่ากันพอดี มึงกำลังขับรถอยู่นะเว้ย......ว่าแล้วเปลี่ยนเพลงเป็นแนวร็อคยุคแปดศูนย์....หยิกแก้มไปขับรถไป.....คิดไปต่างต่างนานาเหมือนใครเอาเตารีดมาถ่วงหนังตาไว้....ฝืนขับรถแวะจอดพักอิริยาบถแถว.....สะพานหัวแมวถิ่นเก่า...

ลงไปหาน้ำมาดื่ม...เข้าเซเว่นสาขาที่๒๓๗๐.....อา.....โอ......ชีวิตช่างสว่างไสว....โลกช่างน่าอยู่....เดินไปขี้โรงแรมเอเซีย...เดินออกมา...น่าแดกเบียร์ยิ่ง......ก้านสมองส่งกระแสไฟฟ้าตรงมายังไขสันหลัง ก้าวขึ้นบันไดทีละห้าขั้นเข้าร็อคผับเบียร์ขวดหนุกหนานบานใจ...ฮิ้วส์วส์....

 

ก็ไหนตะกี้มึงเพิ่งบอกว่าโคตรง่วงอยู่หยกหยกไงเล๊า...โอ้ววว...

……….

เจอหน้าไม่ต้องถาม หรืออีเมล์มาถามนะครับ....ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ไม่ได้มีความจริงเลยซักเปอร์เซนค์เดียว ๕๕๕ เอิ๊ก...

คืนงับควัน

posted on 16 Aug 2011 12:42 by gorsit

เราเองก็จำไม่ได้แล้วว่าดองความรู้สึกนี้มานานเท่าไหร่.....

 

วันนี้เรานัดเธอยังไงไม่รู้....กระเด็นกระดอนไปกันคนละทิศละทาง...ไอ้หมวยไปทางเราไปทาง...ยังนึกในใจ...

“นี่กูพูดไม่รู้เรื่องหรือไอ้หมวยมันงงเองวะ”...

นั่งทบทวนอยู่สามวิ  เออออกะตัวเองว่า...”คงเป็นกูนี่แหล่ะที่พูดไม่รู้เรื่อง”...เนาะเนาะ...

สรุปขับรถออกมาจากหน้าตึกแบบไร้ทิศทางและโฟกัส ยังไงก็ต้องรีบกลับสู่ภาวะปกติให้ไวที่สุดเพื่อที่จะรวบรวมสติแล้วขับรถไปจอดที่อื่น..  มารู้สึกตัวอีกทีอยู่บนถนนสุทธิสาร ตอนใกล้หกโมงเย็น....

ความรู้สึกแรกคือ โหย...รถเยอะชิบหาย....แล้วนี่กูเลี้ยวมาทำเหี้ยไรวะถนนนี้   รถติดมาก เอาหล่ะค่อยค่อยคิด

คิด คิด คิด...พี่จราจรในชุดสีส้ม(ตอนแรกนึกว่าพระมาโบกรถ) ผ่านไป (นั่นคือพระจริงจริงที่ยืนอยู่ข้างตำรวจชุดส้ม)..เย้รถว่างแล้ว...ไม่ได้ติดอน่างที่คิดไว้ทีแรก...ไปได้แล้ว...ผ่านประชาสงเคราะห์....เลี้ยวขวาเข้ารัชดาหมายจะไปเอสพลานาด.....เพราะว่าร่างกายต้องการนิโคตินมากกว่าอ็อกซิเจนและอาหารรวมกันสี่วัน  เลยกะเอาไอ้ห้างนี้แหล่ะเป็นสุสานลานขยี้ปอดดำดำของเรา...

ปรากฏ...

รถล้านแตกแหกขึ้นไปขับบนทางเท้า...โอ้...สวรรค์ขอบคุณสำหรับความดีงามที่ข้าเคยก่อลงไปเมื่ออดีต....และตอบแทนข้าพเจ้าด้วยเหตุการณ์แบบนี้.......ใช้ความอดทนราวหนึ่งทศวรรษเราก็ทะลุผ่านมาได้อย่างอดทน เยือกเย็น...และเมื่อยข้อตีน

ยืนยัน..ข้างตัวแม็คดอเน่า...หน้าห้าง...(คือเอามือยันพุงตัวหุ่นมันไว้เท่เท่)  เรามายืนทำอะไรที่นี่วะ...ตั้งแต่ถ่ายหนังแถวนี้เมื่อศตวรรษก่อนก็ไม่เคยมาเหยียบที่นี่อีกเลย....นึกได้ว่าร่างกายกำลังต้องการนิโคตินนี่หว่า  เดินออกไปอัดบุหรี่แถวสี่แยกออสอมอทอหนึ่งตัว...เดินกลับมาพลางคิด...จุดดูดอีกตัว...เดินตามควัน...ไล่งับคว้นที่พ่นออกไป...ไม่สามารถทำได้..สิ่งที่ผ่านไปแล้ว มันช่างยากที่จะงับมันกลับมาใหม่...ส่วนสิ่งที่จะเกิดขึ้น...

เดินไล่งับควันมาเรื่อยจนกระทั่งมาเจอไอ้หุ่นแม็คทำท่าไหว้ไทยตัวเดิม...

แล้ว...

เราจะทำยังไงกับความรู้สึกงี่เง่านี้ดี  เราอุส่าห์ซื้อขนมที่คิดว่างี่เง่าที่สุดไปฝาก.. เพื่อที่จะได้รู้สึกงี่เง่างี่เง่าที่สุด....

 

เดินเล่นไปมาดูหนังสือชีวิตสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม, ซุปเปอร์เวอร์โก้คลัสเตอร์ของเรา,  ไฟลั่มนากทะเล, ....เอ๊ะ...ใครแม่งแมสเสจมาวะ...กูกำลังสนใจสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอยู่ดีดี..โว้ววว.....เสียสมาธิหมด

อ้อไอ้ก้อย...มันบอกว่าซื้ออาหารมาฝาก...

นึกในใจ...ป่านนี้น้องมันถึงไหนแล้ววะ....คงจะหาไรกินกับเพื่อนอยู่...รอรถเมล์อยู่...หรือยืนเกาะเสารถไฟฟ้าอยู่...แล้ว...เราคิดอะไรอยู่....รีบรีบกลับบ้านหาไรแดกดีกว่าแล้วจะได้ทำงานถ้าว่างพอก็เขียนบล็อกต่อแบบชิวชิวอยู่กับตัวเองและความจริงให้มากที่สุด....

แล้วเจอกันคราวหลังนะน้องพี่

สรุป....

วิภาวดี....

รถติดบัดซบ...