ขอโทษด้วยนะน้องข้า.....
วันนั้นได้เจอหน้าไอ้หมวยแล้ว....ความประทับใจแรกที่แทรกขึ้นมาในหัวคือ...
“แม่งโคตรซิ่มเลยหว่ะ”...แต่เราก็นะ..คิดดังไปนิ๊สนุง...
ไอ้หมวยได้ยินดังนั้นก็หัวเราะแทบสิ้นสติ...ทั้งที่จริงมันคงคิดด่าไอ้หน้าแก่ตัวดำอยู่ในใจก็ได้...แม่ง..เม้นต์กูได้เม้นต์กูไปเถิดมึง...ไรงี้..
ถ้าไม่นับเวลานอนซึ่งมนุษย์ทุกคนในโลกนี้ต้องทำแล้ว...หนึ่งในสามของชีวิตมันคงหมดไปกับการหัวเราะ....เพราะมันหัวเราะเก่งมาก เก่งพอพอกับตัวบีเวอร์ที่สร้างเขื่อนกั้นน้ำได้ด้วยตนเอง!! การหัวเราะนี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะหน้ามันยังดูไม่แก่มากเท่าไหร่...เป็นอาซิ่มช่วงแรก..
คิดว่าสักวันจะเขียนหนังสือไปถึงกระทวรงสาธารณสุขให้เอามันไปเป็นวิทยากรบรรยายให้ผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าฟังสักสามสี่ปี...พอได้ค่าตอบแทนในการบรรยายสักห้าล้านบาท..เราอาจจะมีส่วนแบ่งบ้างไม่มากก็น้อย...
วันนั้นเราตกลงกันว่าไปหาเนื้อย่างกินกันดีกว่า....โดยไอ้หมวยแนะนำไปร้านลึกลับแห่งหนึ่งบนถนนลี้ลับแห่งหนึ่ง...สักพักเราก็ค้นพบว่าผู้ร่วมเดินทางไม่กินเนื้อ.....เราจึงตกลงกันว่าแดกแต่หมูละกันเพื่อความสบายใจของเราเอง...โดยรวมแล้วร้านนี้...ก็โอเคครับอยู่ในระดับดีทีเดียวสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเพราะไม่มีลูกค้าเลย......พอรับเมนูก็สั่งของสรุปเรากินบุปเฟ่ต์กัน...สามนาทีผ่านไป..
โอ้วว...อาหารมาแล้วน่ากินมั่กมั่ก...มีหมูหมึกกุ้ง...เราเกิดไอเดียเล่นเกมส์แข่งกันพูด “หมูหมึกกุ้ง” แบบเร็วเร็ว ห้ามพูดผิด....ซึ่งเกมส์นี้เป็นเกมส์ใหม่ล่าสุดในยุคนี้ที่เราเพิ่งคิดค้นขึ้นมาสดสดร้อนร้อน...(ทำไมมึงไม่ใช้ไม้ยมกวะ).....
“หมูหมึกกุ้ง”
“หมูหมุกกุ้ง”๕๕๕
“หมือหมึกกึ้ง” ๕๕๕
“หมาหมักก้าง” ๕๕๕
เล่นเกมส์งี่เง่านี้อยู่สิบนาทีปรากฏว่าไอ้หมวยแพ้ เรากะให้มันจ่ายค่าอาหารเลี้ยงเราไปตลอดชีวิตโดยกะว่าจะให้มันพาไปเที่ยวญี่ปุ่นหนึ่งปีเต็มโดยเราไม่ต้องออกเงิน..โดยเอาเงินที่ได้จากการบรรยายให้กระทรวงสาธารณสุขห้าล้านบาทมาใช้....แต่คิดว่าเป็นการเอาเปรียบเกินไป เลยให้มันไปยืนท่องอยู่หน้าร้านแล้วกลับมากิน....
ชั่วอีดใจปลาวาฬหมวยก็กลับมากิน...
“โอ้วพี่ท่านอาหารช่างน่ากินเหลือเกินนะ ๕๕๕๕๕๕” (จำได้ว่าประโยคนี้พูดไปเมื่อสามชั่วโมงก่อน) (เพราะตั้งแต่แรกยังไม่ใครได้แดกไรเลย) กุ้งย่างเป็นกุ้ง หมูมันมันเนื้อนุ่มนุ่ม..วู้วววว....เสียงย่างเพราะเพราะ...กลิ่นหอมหอม...สโม้คบางบาง.....ที่ความเร็วเท่าเสียง...ที่ความเร็วสามพันเฟรมต่อวินาที.....ตะเกียบชนกัน..โป๊งเป๊ง โป๊งเป๊ง..ไม่มีใครสนใจใคร...แต่ผ่านไปแค่สิบนาที...ข้าเองก็เริ่มแผ่ว..
เฮ้ยทำไมมันหมดช้าจังวะ....ส่วนไอ้หมวยก็หาได้สนใจชาวโลกไม่...ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินโดยการกินไม่หยุด....โอ้...นี่เรานั่งอยู่กับตัวอะไรวะเนี่ย....เรากินไปร่วมเจ็ดกิโลแล้วไอ้หมวยมันยังไม่อิ่ม....ทั้งที่ตัวมันเล็กแต่คางเรา.....ช่างเป็นบุคคลที่น่าเป็นอันตรายต่อบรรดาหมูหมากาไก่เป็นยิ่งนัก.....เราได้แต่นั่งมอง...ดื่มน้ำ...กินกิมจิ...มอง...แดกน้ำอีก...เล่นตะเกียบ...เขี่ยปลาหมึก...มอง...เฮ้...ตะเกียบเธอไหม้ไฟแหน่ะ....ปากเธอมันมากไปแล้วนะ....
ผ่านไปชั่ววงจรชีวิตเพรียงทะเล....
มันเงยหน้าขึ้นมา....”อ้าวอิ่มแล้วรึพี่...”
(อิ่มนานละ....)
“ไรวะกินน้อยจัง ๕๕๕”
.......แจ๊บ แจ๊บ แจ๊บ แจ๊บ แจ๊บ แจ๊บ....(อันนี้เสียงกิน)....(แน่นอนมันก้มหน้าลงไปกินต่อ)...
.........
“เริ่มอิ่มเหมือนกัน...เฮ้อ...อึดอัด...๕๕๕”
“ไปไหนต่อป่าว??”
“ไม่อ่ะ..พี่อ่ะ”
“อืมมม...ไม่รุ..งั้นก็กลับ...”
........
“พี่...เอาเมนูให้เราหน่อยสิ...”
“อ่ะ...” !?!?!?
“.....”
“เอาหมูเบสิคอีกจานแล้วก็ข้าวห่อสาหร่ายค่ะ..น้ำด้วยนะ...พี่เอาไรป่ะ???...”
.......!?!?!.....
โอ้วว์ว์....ไหงเมื่อกี้เพิ่งบอกว่าอิ่มไปหยกหยกวะไอ้หม๊วยยยยย...วู๊......ไม่ได้การ ต้องรีบรีสโตร์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้..จะได้ขับรถได้..เพราะถ้าเลื่อนเบาะไปข้างหลังมากขาจะเหยีบคันเร่งและเบรกไม่ได้....กินพอเป็นพิธี....เช็คบิลเสร็จหามน้องมันยัดมันเข้าไปในรถ ขับรถกลับไปส่งน้องที่บ้านเพราะน้ำหนักร่างกายมันเพิ่มมาอีกสามสิบเปอร์เซนต์ของน้ำหนักมวลรวม...
จากร้านลี้ลับแห่งนั้นมาบ้านมันย่านลี้ลับอีกแห่ง.....ส่งปากซอยบ้านแถวเซเว่นสาขาที่๐๑๗๑ มันเห็นมันวิ่งข้ามถนนแล้วปวดตับด้วยว่าอีกสามมิลรถเมล์จะเอาไปกินซะแล้ว มาตรว่าน้ำหนักตัวคงจะเกินเลยผิดสเต็ป......เสียดายเนื้อที่กินกินเข้าไปเสียนี่...(จริงจริงแล้วห่วงน้องมันมากกว่า)..คราวหลังตั้งปณิธานว่าเรามาถึงนี่แล้วขับเข้าไปส่งถึงบ้านจะเป็นไรไป.......ระหว่างกลับบ้านตัวเอง...รู้สึกว่า...ง่วงชิบหาย...แม่งเอาเนื้อเชี่ยไรมาให้กูแดกวะ...เอายานอนหลับผสมกิมจิมาให้กูรึเปล่า...คิดไป.....ป่านนี้มันคงนอนหลับตาพริ้ม พลางหัวเราะไปด้วยและฝันว่าได้คีบหมูเกาหลีเข้าปากบนยอดเขาเคทูไปแล้วมั้ง....แต่ก็ขอบคุณเจ้ามากนะเจ้าหมวยน้องข้า...ข้ารูสึกดีมากเวลาที่อยู่กับเจ้า...สบายใจที่สุด.......รู้สึกผ่อนคลายมากมาก....รู้สึกดีดี เบาเบา.....เจอเจ้าอาทิตย์ละครั้ง...เพียงนั้นเจ้าจะว่ามันมากเกินไปหรือไม่...ตัวเราเองก็ไม่ได้เอ่ยถามมันเลยว่าสบายใจบ้างรีเปล่า........
หันมาที่ตัวเราดีกว่า....เรายังง่วงอยู่นะเว้ย...คิดไรเคลิ้มเคลิ้มแบบนี้เดี๋ยวก็ตายห่ากันพอดี มึงกำลังขับรถอยู่นะเว้ย......ว่าแล้วเปลี่ยนเพลงเป็นแนวร็อคยุคแปดศูนย์....หยิกแก้มไปขับรถไป.....คิดไปต่างต่างนานาเหมือนใครเอาเตารีดมาถ่วงหนังตาไว้....ฝืนขับรถแวะจอดพักอิริยาบถแถว.....สะพานหัวแมวถิ่นเก่า...
ลงไปหาน้ำมาดื่ม...เข้าเซเว่นสาขาที่๒๓๗๐.....อา.....โอ......ชีวิตช่างสว่างไสว....โลกช่างน่าอยู่....เดินไปขี้โรงแรมเอเซีย...เดินออกมา...น่าแดกเบียร์ยิ่ง......ก้านสมองส่งกระแสไฟฟ้าตรงมายังไขสันหลัง ก้าวขึ้นบันไดทีละห้าขั้นเข้าร็อคผับเบียร์ขวดหนุกหนานบานใจ...ฮิ้วส์วส์....
ก็ไหนตะกี้มึงเพิ่งบอกว่าโคตรง่วงอยู่หยกหยกไงเล๊า...โอ้ววว...
……….
เจอหน้าไม่ต้องถาม หรืออีเมล์มาถามนะครับ....ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ไม่ได้มีความจริงเลยซักเปอร์เซนค์เดียว ๕๕๕ เอิ๊ก...